จุดประสงค์

ขอบคุณภาพจาก BKK FOTO

จุดมุ่งหมายในการทำงาน

:-*

เราทำงานกันทุกวันนี้เพื่ออะไร?  และรู้สึกอย่างไรในการทำงานแต่ละวัน?
เป้าหมายหลัก คือ เงินเพื่อแลกซื้อปัจจัยสี่  และปัจจัยอื่นๆตามความเจริญของสังคม
 ฉะนั้นจึงต้องทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือหน่วยงาน จึงคุมค่ากับค่าจ้าง  
 แต่บางคนอาจมีความมุ่งหมายมากกว่านี้ เช่น เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นและสังคม  ความ ก้าวหน้าทาง   วิชาการ ชื่อเสียง เกียรติยศ เป็นต้น 
          ลองทบทวนและสะท้อนตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรบ้าง วิถีทาง(means)  เพื่อไปสู่เป้าหมาย (goal)  และปีนี้เราคาดว่าจะทำอะไรบ้าง  ท่านสามารถเสนอความคิดเห็นได้สองประเด็นใหญ่  ตัวเนื้องาน และตัวบุคคล(ตนเอง และผู้อื่น/เพื่อนร่วมงาน)
       ยกตัวอย่างสำหรับตัวข้าพเจ้า
       ได้ตั้งอุดมการณ์อันแน่วแน่ที่จะทำประโยชน์แก่ส่วนรวม สามารถสละชีวิต เพื่อ ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ (แอบขอเพียงว่าอย่าเจ็บปวดทรมาน)
       ในการทำงานมุ่งหวังให้งานบรรลุเป้าหมาย ซึ่งผลงานได้บรรลุและบางอย่างเกินเป้าหมาย  แต่ยังมีข้อบกพร่องที่จะต้องปรับปรุงในการบูรณาการ มองภาพรวม  การติดตามงานอย่างต่อเนื่องนอกจากรายงาน และงานบางอย่างมันเป็น routine ที่ก่อความเบื่อหน่าย แต่ก็พยายามปล่อยวาง นึกว่า แม้เป็นงานเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าเรายังขาดความรับผิดชอบ เราจะทำงานใหญ่ได้อย่างไร   ด้วยสุขภาพกายที่ไม่ค่อยดีเท่าใดนักจึงส่งผลต่อการทำงานเช่นกัน แต่ก็พยายามเท่าที่จะทำได้  ในการปรับตัวกับระบบ  ขอน้อมรับในความบกพร่องทั้งการเป็นผู้นำและผู้ตาม  และเชื่อมั่นว่าทุกอย่างปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้
   สำหรับการทำงานปัจจุบันในแต่ละวันพยายามทำจิตใจให้มีสมาธิ ขุ่นมัวน้อยที่สุด(ผ่องใส) เพราะจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว ชนะใจ/อารมณ์ตนเองได้ ยิ่งใหญ่กว่าชนะสิ่งใดๆทั้งปวง    และเชื่อมั่นในกฎธรรมชาติ คือ action = reaction เมื่อใดที่เรากระทำ (action) สิ่งสะท้อนกลับคือแรงปฏิกิริยา(reaction) ย่อมเท่ากัน 
               มันจำเป็นมากๆๆๆ เพราะคนเราทำงานร่วมกัน ย่อมมีหลากหลายความคิด ขัดแย้งทางความคิดได้ แต่อย่าให้อารมณ์เป็นใหญ่ กลายเป็นขัดแย้งทางอารมณ์  เพราะทุกอย่างมีทางออกเสมอ (exit)  {หากหาทางออกไม่เจอ ก็ให้ไปออกทางเข้า (entrance) } ในเมื่อทุกคนต่างต้องการความสุขในการทำงาน  เหตุใดจึงไม่ใช้ปัญญา และสติแห่งการระลึกรู้ตัว ไม่ให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล การฝึกควบคุมอารมณ์(EQ)จึงมีความสำคัญ (จริงๆสะท้อนระบบการศึกษาสังคมไทยก็ว่าได้)
มันจำเป็นมากๆๆๆ เพราะคนเราทำงานร่วมกัน ย่อมมีหลากหลายความคิด ขัดแย้งทางความคิดได้ แต่อย่าให้อารมณ์เป็นใหญ่ กลายเป็นขัดแย้งทางอารมณ์  เพราะทุกอย่างมีทางออกเสมอ (exit)  {หากหาทางออกไม่เจอ ก็ให้ไปออกทางเข้า (entrance) } ในเมื่อทุกคนต่างต้องการความสุขในการทำงาน  เหตุใดจึงไม่ใช้ปัญญา และสติแห่งการระลึกรู้ตัว ไม่ให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล การฝึกควบคุมอารมณ์(EQ)จึงมีความสำคัญ (จริงๆสะท้อนระบบการศึกษาสังคมไทยก็ว่าได้)
         สิ่งที่ต้องการมากที่สุดเพื่อบรรลุผลในการทำงาน ก็คือ การทำงานเป็นการยกระดับจิตวิญญาณ  ซึ่งตอนเรียนอุดมศึกษาไม่ได้สอนให้เรามีสิ่งเหล่านี้ ทำงานอย่างมีความสุข ขณะทำงานก็ได้ผลที่สุขใจ ผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นไรอาจขึ้นกับหลายปัจจัย ซึ่งสามารถติดตามปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และน้อมรับมันด้วยใจแน่วแน่ เพราะได้ทำเต็มกำลังความสามารถ   
   สุดท้าย การทำงานมันสะท้อน วิธีคิด พฤติกรรม นิสัย  ที่ได้รับการบ่มเพาะ หล่อหลอมจากสังคมวัฒนธรรม ได้แก่ สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา  ศาสนา และอื่นๆ